กรมควบคุมมลพิษ
ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจวัดค่าสารเคมีในอากาศที่ชุมชนโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง
นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์
รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ
ระบุว่าเบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปหารือแนวทางแก้ไขปัญหา
ซึ่งการท่าเรือฯและกรมเจ้าท่า ได้ประสานไปยังบริษัท อิสเทิร์นซีแหลมฉบัง
เทอร์มินัล จำกัด (ESCO) ขอให้นำสารเคมีดังกล่าวเก็บไว้ในแทงก์และลากออกไปนอกฝั่งเพื่อป้องกันไม่ให้ลมพัดสารเคมีมายังพื้นที่ชุมชน
ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 พร้อมเครื่องมือตรวจวัดค่าคุณภาพทางอากาศเพิ่งเดินทางถึงพื้นที่เมื่อเวลา
18.30 น. แต่ได้เกิดฝนตกหนักเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
เจ้าหน้าที่จึงต้องหารือแนวทางดำเนินงานอีกครั้ง
เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าตรวจสอบค่าระดับสารเคมีในอากาศว่ามีอันตรายมากน้อยเพียงใด
โดยเฉพาะในชุมชมวัดบ้านนา ชุมชมแหลมฉบัง และพื้นที่รัศมี 3 กม.
รอบท่าเรือ ส่วนวิธีกำจัดสารเคมีดังกล่าว
จะใช้วิธีเผาทำลายที่โรงกำจัดสารเคมีต่อไป
วิธีจัดการสารเคมีเริ่มทำตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ (18 ก.ค.57) เจ้าหน้าที่อธิบายวิธีจัดการสารเคมีรั่วว่าใช้ถังแบบเดียวกันขนถ่าย ซึ่งมีสารเคมีชนิดบิวทิล อะคริเลต เหลืออยู่ประมาณ 10 ตัน ไปกำจัดด้วยเตาเผา พร้อมให้กรมควบคุมมลพิษ ตรวจสภาพน้ำทะเล ทั้งจุดรั่วที่ท่าเรือบี 3 และจุดจอดเรือกลางทะเล เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีรั่วไหลลงสู่ทะเล ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุข จ.ชลบุรี ยืนยันว่าสารพิษในอากาศที่แหลมฉบังเจือจางจนอยู่ในค่ามาตรฐานแล้ว แต่อาจมีผลกับประชาชนที่ป่วยระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและการเยียวยา แต่ยืนยันว่าได้แจ้งเตือนพื้นที่ใกล้เคียงท่าเรือหลังจากเกิดเหตุ เพียงแต่คาดไม่ถึงว่า กลิ่นจะกระจายไปไกลถึง 5 กิโลเมตรที่โรงกำจัดสารเคมีต่อไป
http://news.thaipbs.or.th/content/แก้ปัญหาสารเคมีรั่วท่าเรือแหลมฉบัง-จชลบุรี


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น