กว่าสี่ทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากมีวันคุ้มครองโลกเกิดขึ้นครั้งแรก
ความวิตกกังวลด้านสิ่งแวดล้อมนั้นยังคงอยู่มีอยู่ในหลายชุมชนทั่วโลก ถึงแม้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมจากหลายสถานที่
ไม่ได้มีการบ่งชี้ว่ามาจากน้ำมือน้ำมนุษย์ แต่ขบวนการนั้นดำเนินไปอยู่ทุกขณะ
และผลกระทบนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
แล้วมนุษย์จะมีส่วนช่วยฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศได้อย่างไร
ลองไปค้นหาคำตอบง่ายๆ กับผลกระทบทั้ง 6 ประการดังต่อไปนี้
ร้อยละ 97 ของนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศมีความเห็นเดียวกันว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวการสำคัญของภาวะโลกร้อน และระบบการเมืองก็ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหมดไป รวมไปถึงการเข้าใกล้พลังงานทดแทนมากขึ้น หรืออาจต้องรอให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายถึงจะทำให้ตื่นตัว
มลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มอุณหภูมิให้กับโลกนั้นมาจากภาวะฝุ่นควันในเมืองใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่นมลพิษในประเทศจีน ที่ทวีความรุนแรงมากกว่าพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก และอาจเอื้อต่อสภาพอากาศที่ผิดปกติมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา
ในขณะที่ประชากรนั้นเพิ่มสูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ทำให้เกิดภัยแล้ง สภาวะขาดแคลนน้ำจึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ต้องกังวล
อุตสาหกรรมเกษตรที่ไม่ยั่งยืน มีผลในการพังทลายของดินและการย่อยสลาย ซึ่งนำไปสู่พื้นที่เพาะปลูกที่ลดน้อยลง รวมไปถึงการอุดตัน การมีน้ำที่ปนเปื้อน การเพิ่มขึ้นของน้ำท่วม และพื้นที่ทะเลทราย ตามที่ กองทุนสัตว์ป่าโลกได้เปิดเผยว่า ครึ่งหนึ่งของดินชั้นบนของโลกนั้นได้สูญหายในช่วง150 ปีที่ผ่านมา
1.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ร้อยละ 97 ของนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศมีความเห็นเดียวกันว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวการสำคัญของภาวะโลกร้อน และระบบการเมืองก็ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหมดไป รวมไปถึงการเข้าใกล้พลังงานทดแทนมากขึ้น หรืออาจต้องรอให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายถึงจะทำให้ตื่นตัว
อาจไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้น
เพราะสิ่งที่ทำได้เลยนั้นเริ่มจากบ้านและการขนส่ง
ซึ่งเป็นที่มาของก๊าซเรือนกระจกของทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้ไฟฟ้า
ลดใช้สารเคมีหันมาใช้สารชีวภาพในการทำความสะอาด หรือการหันไปติดตั้งพลังงานทดแทน
รวมถึงลดการใช้รถ หันมาใช้ขนส่งสาธารณะ
และปั่นจักรยานแทนการขับขี่มอเตอร์ไซด์ในระยะใกล้
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกง่ายๆ และกระจายวิธีการต่อกันไป
2.มลพิษ
มลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มอุณหภูมิให้กับโลกนั้นมาจากภาวะฝุ่นควันในเมืองใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่นมลพิษในประเทศจีน ที่ทวีความรุนแรงมากกว่าพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก และอาจเอื้อต่อสภาพอากาศที่ผิดปกติมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา
มลพิษทางน้ำและดิน อาจไม่ได้รับความสนใจจากสื่อเท่ากับมลพิษทางอากาศ
แต่มันยังเป็นตัวการสำคัญสำหรับผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน
ตามข้อมูลจากสภาป้องกันทรัพยากรแห่งชาติที่ออกมาว่า
น้ำสกปรกเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงสุดของโลก
และในปัจจุบันยังมีภัยคุกคามใหม่ในการทำความสะอาดน้ำจาก “Shale Gas
Fracking” หรือก๊าซธรรมชาติที่ได้จากขบวนการฉีดน้ำผสมสารเคมีและทรายจำนวนมหาศาลลงใต้ดินกำลังเป็นที่นิยมทั่วประเทศ
การปนเปื้อนของดินเป็นปัญหาที่สำคัญทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่นในประเทศจีนนั้น
เกือบร้อยละ 20 ของพื้นที่เพาะปลูก ได้รับการปนเปื้อนของโลหะหนักที่เป็นพิษ
ซึ่งมลพิษทางดินถือเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยอาหารและความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชากร
โดยเฉพาะการใช้สารกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดมลพิษทางดิน
สิ่งที่ประชาชนทำได้เพื่อลดการมลพิษนั้นไม่แตกต่างกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นั่นคือการขับขี่ยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเสียน้อยลง
ในอุตสาหกรรมต้องมีมาตรการจำกัดการปล่อยก๊าซเสีย
และการหันมาใช่ปุ๋ยอินทรีย์ในการเกษตรเพิ่มมากขึ้น
ป่าไม้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพราะป่านั้นทำหน้าที่เป็น "อ่างเก็บคาร์บอน"
หรือเป็นแหล่งซึมซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศและทำให้ภาวะโลกร้อนนั้นเลวร้ายลง โดยมีการคาดการณ์ว่าร้อยละ 15 ของก๊าซเรือนกระจกนั้น
เป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่า
และการหายไปของป่าฝนในเขตร้อนก็ส่งผลกระทบต่อสัตว์กว่า 80
สายพันธุ์ที่อาศัยในป่านั้น
สิ่งที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ นั้นคือลดผลิตภัณฑ์จากกระดาษ
หรือมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรอง FSC จากทางป่าไม้ ว่าเป็นไม้และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม้จากป่าธรรมชาติ
หรือป่าปลูกที่มีการจัดการป่าอย่างถูกต้องตามหลักการและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
และการหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทน้ำมันปาล์มที่นำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าในอินโดนีเซียและมาเลเซีย
4.การขาดแคลนน้ำ
ในขณะที่ประชากรนั้นเพิ่มสูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ทำให้เกิดภัยแล้ง สภาวะขาดแคลนน้ำจึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ต้องกังวล
เพราะในโลกนี้มีเพียงร้อยละ3 ของน้ำจืดที่สามารถดื่มได้ และประชากรกว่า 1.1
พันล้านคนนั้น ยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับดื่ม ไม่เพียงแต่เป็นปัญหาสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา
แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาภายในช่วงกลางศตวรรษนั้น
อาจมีอัตราเสี่ยงขาดแคลนน้ำถึง 3 ส่วนในรัฐทั้งหมด ในขณะที่มีมากกว่า 400จาก 1,100
รัฐที่กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นอย่างมาก
สิ่งที่สามารถช่วงลดผลกระทบได้นั่นคือ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้งเครื่องซักผ้าที่ได้รับมาตรฐาน EnergyStar, การใช้ก๊อกน้ำวาล์วต่ำ, การคอยตรวจสอบการรั่วไหล, การรดน้ำในตอนเช้าหรือเย็นในช่วงที่อากาศเกิดการระเหยน้อย,
การแปรงฟันในอ่างน้ำ รวมไปถึงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดจากสารเคมี
และใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปนเปื้อนของน้ำในดิน
การเพิ่มขึ้นของการบุกรุกทำลายป่าของมนุษย์
อาจนำมาซึ่งความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยทางอาหาร สุขภาพของประชากร และความมั่งคงของโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นตัวผลักดันสำคัญในการสูญพันธุ์ทางชีวภาพ
และสัตว์บางสายพันธุ์นั้นไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ตามข้อมูลของ
WWF ได้เปิดเผยว่า ความหลากหลายทางชีวภาพนั้นได้ลดลงร้อยละ
27 ในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา
ในฐานะผู้บริโภคสิ่งที่เราทำได้คือ การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
โดยดูที่ฉลากบนกล่องบรรจุภัณฑ์ที่มีป้ายเชิงนิเวศต่อไปนี้ USDA Organic, Fair Trade Certified,
Marine Stewardship Council หรือ Green Seal และการรีไซเคิล ใช้ซ้ำ
ก็ยังเป็นอีกวิธีที่ช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพได้ด้วยเช่นเดียวกัน
6.การพังทลายของดินและย่อยสลาย
อุตสาหกรรมเกษตรที่ไม่ยั่งยืน มีผลในการพังทลายของดินและการย่อยสลาย ซึ่งนำไปสู่พื้นที่เพาะปลูกที่ลดน้อยลง รวมไปถึงการอุดตัน การมีน้ำที่ปนเปื้อน การเพิ่มขึ้นของน้ำท่วม และพื้นที่ทะเลทราย ตามที่ กองทุนสัตว์ป่าโลกได้เปิดเผยว่า ครึ่งหนึ่งของดินชั้นบนของโลกนั้นได้สูญหายในช่วง150 ปีที่ผ่านมา
สิ่งที่มนุษย์ทำได้คือ การสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน
ช่วยเกษตรรายย่อยให้มีความเจริญก้าวหน้า มากขึ้น
หันมาทำเกษตรอินทรีย์ปลอดจากสารเคมีและพันธุวิศวกรรม
และประชาชนทั่วไปก็สามารถช่วยด้วยการทำให้สวนหลังบ้านนั้นปลอดจากสารเคมีที่เป็นพิษ
ที่มา : http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=54&cno=5602







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น